Creating beautiful smiles with gentic care.

Smile Art Pattaya เปิดทำการวันจันทร์ - อาทิตย์ 10:00 - 19:00 น. ปิดทำการวันพุธ

บริการของเรา

Smile Art Pattaya

วีเนียร์และครอบฟัน (Veneer and Crown)

วีเนียร์ (Veneer) และ ครอบฟัน (Crown) คือการสร้างรอยยิ้มใหม่ด้วยการปรับเปลี่ยนรูปร่าง รูปทรง และสีของฟัน เพื่อแก้ปัญหาฟันห่าง บิ่น แตกหัก หรือสีฟันไม่สม่ำเสมอ สามารถทำให้ออกแบบรอยยิ้มให้สวย ได้อย่างต้องการ

สรุปความแตกต่าง Veneer

   Composite Veneer           Ceramic Veneer
  • ทำจากวัสดุอุดฟัน จึงเลือกฟันขาวได้ไม่มากนัก

  • ส่วนมากดูดซับสีของอาหาร และเครื่องดื่ม
  • อายุการใช้งาน 3-5 ปี อยู่ที่การดูแลรักษา
  • ความแข็งแรงน้อยกว่า Ceramic
  • ราคาต่ำกว่า Ceramic

  • ทำจากเซรามิก มีความเงา มันวาว สีฟันขาวดูธรรมชาติ
  • ไม่ดูดซับสีของอาหาร และเครื่องดื่ม
  • อายุการใช้งานที่ยาวนาน 10-20 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา
  • วัสดุมีความแข็งแรง ทนทาน
  • ราคาสูงกว่า Composite

ขั้นตอน และจำนวนครั้งที่ใช้โดยทั่วไป

สรุปจำนวนครั้ง

ครั้ง รายละเอียด เวลาประมาณ
ครั้งที่ 1 ตรวจ วางแผน เก็บข้อมูล 30–60 นาที
ครั้งที่ 2 เตรียมผิวฟันและบันทึกข้อมูลเพื่อสั่งทำงานจริง 1–2 ชม.
ครั้งที่ 3 ใส่วีเนียร์จริง 2–3 ชม.
ครั้งที่ 4 (ถ้ามี) เช็กการสบ / ติดตามการรักษา 15–30 นาที

รวมใช้เวลาประมาณ 1–3 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับความพร้อมของแล็บและคนไข้ * ขั้นตอนอาจแตกต่างไปตามสภาพช่องปากและโครงสร้างฟันของแต่ละบุคคล

1. การตรวจวินิจฉัยและวางแผน

ใช้เวลา: 30-60 นาที 

  • ตรวจสุขภาพช่องปากและการสบฟันของเด็ก
  • ถ่ายภาพ, เอกซเรย์ และพิมพ์ปาก/สแกน 3 มิติ
  • ทันตแพทย์วางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับผู้รับบริการ

ครั้งที่ 2: เตรียมฟัน (Tooth Preparation) และใส่ฟันชั่วคราว

ใช้เวลา: 1–2 ชั่วโมง

  • กรอเตรียมผิวฟันเฉพาะส่วนที่จำเป็นเพื่อความสวยงามตามแผนการรักษา
  • พิมพ์ปาก สแกนฟันเพื่อส่งแล็บผลิตชิ้นงานเซรามิก
  • ใส่ฟันชั่วคราว (Temporary Veneer) ให้ใกล้เคียงกับแบบฟันที่คนไข้ต้องการ
  • นัดหมายครั้งถัดไปเพื่อลองใส่ชิ้นงานจริง

ระหว่างใส่่ฟันชั่วคราว สามารถทดลองรอยยิ้มและแจ้งปรับแก้ได้ก่อนยึดถาวร

 

ครั้งที่ 3: ใส่วีเนียร์ตัวจริง

ใช้เวลา: 2–3 ชั่วโมง (ขึ้นกับจำนวนซี่)

  • ทดลองใส่งานตัวจริง เพื่อตรวจสอบรูปทรง สี และขนาดฟัน
  • หากพอใจจะทำการยึดฟันถาวร
  • ขัดเงาและตรวจสอบการสบฟัน
  • ถ่ายภาพหลังทำการเก็บประวัติการรักษา
  • พิมพ์ปากส่งทำรีเทนเนอร์ใส

หากพบจุดสบผิดปกติหรือขอบไม่เรียบ อาจนัดปรับแต่งเพิ่มเติมภายหลัง

 

ครั้งที่ 4 : เช็กและติดตามผล (Follow-up)

ใช้เวลา: 15–30 นาที

  • นัดติดตามภายใน 1–2 สัปดาห์หลังใส่วีเนียร์
  • ตรวจการสบฟัน ความแนบสนิท และสี
  • รับรีเทนเนอร์ใส

 

 

รากฟันเทียม (Dental Implants)

รากฟันเทียม ทางเลือกเพื่อการทดแทนฟันที่สูญเสียไป ช่วยแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด ทั้งด้านการใช้งาน มีความสวยงาม ดูแลง่าย และใช้งานได้เหมือนฟันแท้ คลินิคของเรา ยังมีรากฟันเทียมหลากหลายยี่ห้อที่ให้คุณได้เลือก พร้อมการดูแลจากทันตแพทย์ที่เชี่ยวชาญการทำรากฟันเทียม

 

ประเภทรากเทียม (Dental Implant)

1.Single Implant (รากเทียมเดี่ยว)

สำหรับใช้แทน ฟันที่หาย 1 ซี่ ใส่รากเทียม 1 ตัว + ครอบฟัน 1 ซี่

ข้อดี

1.ไม่ต้องกรอฟันข้างเคียง

2.ดูแลเหมือนฟันธรรมชาติ

หมายเหตุ : เหมาะกับผู้ที่ฟันหายไปเฉพาะตำแหน่งเดียว

 

2.Bridge on Implant (สะพานฟันบนรากเทียม)

เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาฟันหาย หลายซี่ติดกัน จะใช้รากเทียม 2 ตัว รองรับฟัน 3–4 ซี่

ข้อดี

ลดจำนวนรากเทียม → ลดค่าใช้จ่าย

ข้อควรพิจารณา

1.ถ้ารากใดรากหนึ่งมีปัญหา จะกระทบทั้งสะพาน

2.เหมาะกับฟันหายติดกัน แต่กระดูกยังดี

 

3. All-on-X (All-on-4 / All-on-6)

คือการติดฟันปลอมทั้งขากรรไกร โดยการยึดด้วยรากเทียม จะใช้รากเทียม 4 หรือ 6 ตัวรองรับฟันทั้งขากรรไกร (บนหรือ ล่าง) เหมาะกับ ผู้ที่มีปัญหาฟันหายทั้งปาก หรือมีฟันเหลืออยู่แต่ใช้งานไม่ได้ คนไม่อยากใส่ฟันปลอมถอดได้

All-on-X แบบติดแน่น (Fixed Prosthesis)

การแบ่งประเภทตามระยะ Occlusal – Bone

 

3.1. FP-1 (Fixed Prosthesis Type 1)

ลักษณะของฟันปลอม : ทำเฉพาะฟันล้วน (Tooth-only restoration)

เหมาะสำหรับผู้ที่เหงือกจริงยังอยู่ในตำแหน่งที่ปกติ การออกแบบฟันปลอมรูปแบบนี้ จะทำเฉพาะ “ตัวฟัน” เท่านั้น ไม่มีเหงือกเทียม

ความรู้สึกคนไข้ที่ใช้งาน : เหมือนฟันธรรมชาติที่สุด

ข้อจำกัด

1.ต้องมีกระดูกและเหงือกที่ดีมาก

2.ทำได้เฉพาะเคส select

ข้อดี

ใกล้ฟันจริงที่สุด แต่ทำได้ยากที่สุด

 

3.2.FP-2 (Fixed Prosthesis Type 2)

ลักษณะของฟันปลอม : ฟัน + เหงือกเทียมเล็กน้อย

ความรู้สึกคนไข้ เมื่อใช้งานจะยังดูเป็นฟันธรรมชาติ

ข้อดี

เป็น type ที่ใช้บ่อย

ข้อควรระวัง

ต้อง balance เรื่อง esthetic & hygiene

รากฟันเทียมชนิดนี้มีความสมดุลที่สุด ระหว่างความสวย และการใช้งานจริง

 

3. FP-3 (Fixed Prosthesis Type 3)

ลักษณะของฟันปลอม : มีฟัน + เหงือกเทียมชัดเจน (Full hybrid)

การออกแบบฟันปลอมชนิดนี้ คือ ฟัน + เหงือกเทียมเต็มรูปแบบ

จุดเด่น

1.แก้ปัญหาปริมาตรกระดูกได้ดี

2.ควบคุม lip support ได้

ข้อควรคำนึงเมื่อทำรากฟันเทียมชนิดนี้

1.ความสะอาด

2.phonetic

3.น้ำหนัก prosthesis

*มักใช้กับ

All-on-4 / All-on-6 ส่วนใหญ่

หมายเหตุ : เป็น type ที่พบมากที่สุดใน All-on-X

สรุปภาพจำง่าย ๆ

FP-1 สั้น ฟันล้วน
FP-2 ปานกลาง ฟัน + เหงือกเล็กน้อย
FP-3 มาก ฟัน + เหงือกชัดเจน

จัดฟันผู้ใหญ่ (Orthodontics Treatment)

การจัดฟัน สามารถช่วยแก้ไขปัญหาการเรียงตัวของฟัน ฟันซ้อน ฟันยื่น ฟันเก มีปัญหาการสบฟัน ช่วยปรับให้รอยยิ้มมั่นใจขึ้น ใช้งานฟันได้ดียิ่งขึ้น ปัจจุบันการจัดฟันมีหลายรูปแบบให้คุณได้เลือกตาม Life style

ขั้นตอนการจัดฟันแบบละเอียด (พร้อมเวลาที่ใช้)

สรุประยะเวลาและขั้นตอน

ขั้นตอน เวลาที่ใช้ต่อครั้ง
ปรึกษาทันตแพทย์ 30 – 60 นาที
ตรวจฟัน + ขูดหินปูน / ถอนฟัน 30 – 60 นาที / ครั้ง
ติดเครื่องมือจัดฟัน 30 – 60 นาที
ปรับเครื่องมือ (รายเดือน) 15 – 30 นาที / ครั้ง
ถอดเครื่องมือ + พิมพ์ปาก 30 – 60 นาที
รับรีเทนเนอร์ 15 – 30 นาที

รวมระยะเวลาทั้งหมด: ประมาณ 1 – 3 ปี (ขึ้นอยู่กับสภาพฟันและโครงสร้างกระดูก)
* รายละเอียดอาจแตกต่างไปตามเคสของผู้รับบริการ

 

ขั้นตอนที่ 1: ปรึกษาทันตแพทย์ (Consultation)

  • ตรวจช่องปาก พูดคุยถึงปัญหาเกี่ยวกับฟัน
  • ถ่ายรูปฟัน อาจมีการเอ็กซเรย์หรือพิมพ์ปาก
  • สรุปแนวทางการรักษาเบื้องต้นให้เข้าใจ

     ระยะเวลา : ประมาณ 30 – 60 นาที

 

ขั้นตอนที่ 2: ตรวจสุขภาพเคลียช่องปาก + เตรียมความพร้อม

  • ขูดหินปูน ถอนฟัน อุดฟัน
  • ตรวจฟันผุ และสภาพช่องปากโดยรวม
  • รักษาโรคเหงือก หรือฟันผุก่อนเริ่มจัดฟัน

ขั้นตอนที่ 3: การติดเครื่องมือจัดฟัน

  • เครื่องมือโลหะ : ใช้เวลา 1.5 – 2 ชั่วโมง
  • ติดแบร็กเก็ต ลวด และยางบนฟันทีละซี่

ขั้นตอนที่ 4: นัดปรับเครื่องมือรายเดือน

  • พบแพทย์เดือนละครั้งเพื่อปรับลวด เปลี่ยนยางรัด หรือเพิ่มแรงดึง
  • อาจติดยางดึงฟันพิเศษ (rubber band) ในบางกรณี

ระยะเวลา: ประมาณ 15 – 30 นาที / ครั้ง

ขั้นตอนที่ 5: ถอดเครื่องมือ + ใส่รีเทนเนอร์

  • ถอดเครื่องมือ: 30 – 60 นาที
  • พิมพ์ปากทำรีเทนเนอร์: 15 – 30 นาที
  • รับรีเทนเนอร์: 1 – 2 วันถัดไป (ขึ้นกับคลินิก)
  • ใส่รีเทนเนอร์เพื่อรักษาตำแหน่งฟันให้คงที่

คำแนะนำ : ใส่รีเทนเนอร์ทุกวันในช่วง 6 เดือนแรก เพื่อป้องกันฟันเคลื่อน

 

 

ทันตกรรมทั่วไป อุด/ขูด/ถอน (General dentistry)

ดูแลช่องปาก อุดฟัน ขูดหินปูน ถอนฟัน เราใส่ใจทุกขั้นตอน ด้วยการดูแลอย่างมืออาชีพ อุปกรณ์ที่ทันสมัยและใส่ใจทุกความสะอาด  เพื่อสุขภาพช่องปากที่ยั่งยืน

1. อุดฟัน (Filling) คือ
การรักษาฟันผุโดยการหเนื้กรอฟันที่ผุออก แล้วอุดช่องว่างด้วยวัสดุพิเศษ เช่น เรซินสีเหมือนฟัน หรืออมัลกัม (สีเงิน)

ขั้นตอนการทำ:

  1. ตรวจเช็กฟันผุ (ถ่ายภาพ / เอกซเรย์บางกรณี)
  2. ฉีดยาชาเฉพาะจุด (ถ้ารอยผุลึก)
  3. กรอฟันผุออกให้หมด
  4. อุดฟันด้วยวัสดุที่เหมาะสม
  5. ปรับระดับฟันให้สบกันพอดี

เวลาที่ใช้:

  • ประมาณ 20 – 40 นาที / ซี่ (ขึ้นกับขนาดของรอยผุ และตำแหน่งฟัน)

หมายเหตุ: หากฟันผุหลายซี่ อาจแบ่งทำหลายครั้งเพื่อไม่ให้เหนื่อยเกินไป

 

2. ขูดหินปูน (Scaling)  การขจัดหินปูน คราบแบคทีเรีย และคราบสะสมต่าง ๆ รอบฟันและใต้เหงือก ซึ่งถ้าไม่เอาออกจะทำให้เหงือกอักเสบ และมีกลิ่นปาก

ขั้นตอนการทำ:

  1. ตรวจสุขภาพเหงือกและฟัน
  2. ใช้เครื่องขูดหินปูน (ทั้งแบบมือและระบบสั่นน้ำ)
  3. ล้างและดูดน้ำลายเป็นระยะ
  4. ขัดฟันให้เรียบและสะอาด
  5. ทายาฟลูออไรด์ (บางคลินิก)

เวลาที่ใช้:

  • ประมาณ 30 – 60 นาที (ขึ้นกับปริมาณหินปูนและความลึกของร่องเหงือก)

คำแนะนำ: ควรทำทุก 6 เดือน – 1 ปี แล้วแต่พฤติกรรมการดูแลฟัน

 

3. ถอนฟัน (Tooth Extraction การเอาฟันที่ผุหนัก ฟันคุด หรือฟันที่ไม่สามารถรักษาไว้ได้ออก เพื่อป้องกันการติดเชื้อ หรือเตรียมพื้นที่สำหรับการจัดฟัน

ขั้นตอนการทำ:

  1. ถ่ายเอกซเรย์ดูรากฟัน
  2. ฉีดยาชาเฉพาะจุด
  3. ใช้เครื่องมือโยกฟันและถอนออกอย่างระมัดระวัง
  4. กดห้ามเลือดและให้กัดผ้าก๊อซ
  5. แนะนำการดูแลหลังถอนฟัน

เวลาที่ใช้:

  • 20 – 30 นาที / ซี่ (ถ้าฟันไม่ซับซ้อน)
  • 40 – 60 นาที (กรณีฟันคุด หรือฟันหลายราก)

ข้อควรระวัง: หลังถอนควรพักผ่อน งดอาหารร้อน–เผ็ด และงดดูดหลอดหรือบ้วนปากแรง 1–2 วัน

 

สรุประยะเวลาในการทำฟัน

การทำฟัน ระยะเวลา
อุดฟัน 20 – 40 นาที / ซี่
ขูดหินปูน 30 – 60 นาที
ถอนฟัน 20 – 60 นาที / ซี่

จัดฟันใส (Invisalign)

จัดฟันใส (Clear Aligner) เป็นทางเลือกสำหรับคนจัดฟัน ช่วยให้การจัดฟันง่ายสะดวกสบาย และใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังมีความแม่นยำสูงในการวางแผนการจัดฟันให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เพื่อเปลี่ยนรอยยิ้มของคุณให้สวยขึ้น และมั่นใจยิ่งขึ้น

1. การปรึกษาและวางแผนการรักษา (ประมาณ 1–2 สัปดาห์)

• พบทันตแพทย์เพื่อประเมินปัญหาของคนไข่แต่ละเคส  สภาพฟันและการสบฟัน
• ถ่ายภาพช่องปาก, เอกซเรย์ และสแกนฟันแบบ 3 มิติ
• ทันตแพทย์จะออกแบบแผนการรักษาเฉพาะบุคคล พร้อมแสดงภาพจำลองผลลัพธ์ให้เห็นล่วงหน้า

เวลา: ใช้ประมาณ 1–2 ครั้งนัด

 

2. การผลิตชุดเครื่องมือจัดฟันใส (ประมาณ 2–4 สัปดาห์)

• เมื่อวางแผนเรียบร้อย ข้อมูลฟันจะถูกส่งไปยังห้องแล็บเพื่อผลิตเครื่องมือจัดฟันใสทีละชุด
• เครื่องมือจะถูกออกแบบให้ค่อย ๆ ขยับฟันทีละนิดอย่างปลอดภัย

เวลา: รอประมาณ 2–4 สัปดาห์

 

3. การเริ่มใส่เครื่องมือชุดแรก (นัดแรก 30–60 นาที)

• ทันตแพทย์จะแนะนำวิธีใส่–ถอด การทำความสะอาด และการดูแล
• บางกรณีอาจมีการติดปุ่มเล็ก ๆ บนฟัน (Attachment) เพื่อช่วยให้เครื่องมือทำงานได้แม่นยำขึ้น

เวลา: ใช้เวลาประมาณ 30–60 นาที

 

4. การใส่เครื่องมือแต่ละชุด (ใช้ต่อเนื่องทุกวัน)

• ใส่เครื่องมือ 20–22 ชั่วโมงต่อวัน
• เปลี่ยนเป็นชุดใหม่ทุก 1–2 สัปดาห์ ตามแผนของทันตแพทย์
• มาพบคุณหมอตามนัดทุก 6–8 สัปดาห์ เพื่อติดตามผลและปรับแผนถ้าจำเป็น

เวลา: ตลอดระยะการรักษา

 

5. ระยะเวลาการรักษาโดยรวม

• ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของปัญหาฟันแต่ละบุลคล
• เคสเล็ก ๆ เช่น ฟันซ้อนเล็กน้อย อาจใช้เวลาเพียง 6–12 เดือน
• เคสปานกลาง–ซับซ้อน อาจใช้เวลาประมาณ 12–24 เดือน

 

6. การคงสภาพฟันหลังจัดเสร็จ (Retainer)

• เมื่อจัดฟันเข้าที่แล้ว ต้องใส่รีเทนเนอร์เพื่อคงตำแหน่งไม่ให้ฟันเคลื่อนกลับ
• ช่วงแรกใส่ตลอดเวลา จากนั้นอาจเปลี่ยนเป็นใส่เฉพาะตอนนอน

เวลา: อย่างน้อย 1–2 ปีขึ้นไป ขึ้นอยู่กับคำแนะนำของทันตแพทย์

 

สรุป

การจัดฟันใสไม่ซับซ้อนอย่างที่คิด เริ่มจากการวางแผน → ผลิตเครื่องมือ → ใส่ตามกำหนด → มาพบคุณหมอตามนัด และใช้เวลาโดยเฉลี่ย 1–2 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพฟันแต่ละบุคคล จุดเด่นคือใส่สบาย ถอดได้ และแทบมองไม่เห็น ทำให้มั่นใจได้ทั้งระหว่างและหลังการรักษา

สรุประยะเวลาในการจัดฟันใส

ขั้นตอน ระยะเวลา
การปรึกษาและวางแผน 1–2 สัปดาห์
ผลิตชุดเครื่องมือ 2–4 สัปดาห์
เริ่มใส่ชุดแรก 30–60 นาที
ใส่เครื่องมือแต่ละชุด 20–22 ชม./วัน (เปลี่ยนทุก 1–2 สัปดาห์)
รวมการรักษา 6–24 เดือน (แล้วแต่ความซับซ้อน)
คงสภาพด้วยรีเทนเนอร์ 1–2 ปีขึ้นไป

การบูรณะฟันทั้งปาก (Full mouth rehabilitation)

การบูรณะฟันทั้งปาก หรือ Full Mouth Rehabilitation เป็นการรักษาที่รวมหลายวิธีเข้าด้วยกัน เพื่อแก้ปัญหาฟัน เหงือก และการสบฟันในภาพรวม ไม่ใช่แค่ทำฟันทีละซี่ แต่เป็นการปรับทั้งระบบช่องปากให้กลับมาสวย แข็งแรง และใช้งานได้ใกล้เคียงธรรมชาติที่สุด

สรุประยะเวลาในการบูรณะฟันทั้งปาก

ขั้นตอน ระยะเวลา
การตรวจวินิจฉัยและวางแผน 1–2 สัปดาห์
การเตรียมช่องปาก 2–4 สัปดาห์
การบูรณะฟันและจัดตำแหน่ง หลายเดือน–1 ปี
การใส่ชิ้นงานถาวรและปรับสบฟัน 1–2 เดือน
ติดตามผลและดูแลระยะยาว ต่อเนื่อง
รวมการรักษาโดยเฉลี่ย 6–24 เดือน

 

ขั้นตอนการรักษา

1. การตรวจวินิจฉัยและวางแผน (1–2 สัปดาห์)

  • ตรวจสุขภาพช่องปากอย่างละเอียด
  • ถ่ายภาพ, เอกซเรย์, พิมพ์ปาก และสแกน 3 มิติ
  • วิเคราะห์การสบฟัน การเคี้ยว และโครงสร้างใบหน้า
  • วางแผนการรักษาร่วมกับผู้ป่วย โดยอาจมีการจำลองรอยยิ้ม (Smile Design) ให้เห็นผลลัพธ์ล่วงหน้า

 

 

2. การเตรียมช่องปาก (2–4 สัปดาห์ ขึ้นกับสภาพฟัน)

  • รักษาโรคเหงือก ขูดหินปูน และเกลารากฟัน
  • ถอนฟันที่ไม่สามารถเก็บไว้ได้
  • รักษารากฟัน (ถ้าจำเป็น)
  • เตรียมเหงือกและกระดูกเพื่อรองรับการบูรณะ

 

3. การบูรณะฟันและการจัดตำแหน่ง (ใช้เวลาหลายเดือนถึง 1 ปี ขึ้นกับเคส)

  • การปลูกรากฟันเทียม (Implant): สำหรับผู้ที่สูญเสียฟันบางส่วนหรือทั้งปาก
  • การครอบฟัน/วีเนียร์: ฟื้นฟูรูปร่าง สี และการใช้งานของฟัน
  • การจัดฟัน หรือ Clear Aligner: ในบางรายอาจต้องจัดฟันร่วมด้วยเพื่อปรับการสบฟัน
  • อุดฟัน หรือ Inlay/Onlay: ซ่อมแซมฟันที่สึกหรือผุ

 

4. การใส่ชิ้นงานถาวรและปรับสบฟัน (1–2 เดือน)

  • หลังจากฟันและเหงือกพร้อมแล้ว จะทำการใส่ครอบฟัน วีเนียร์ หรือสะพานฟันถาวร
  • ปรับการสบฟันให้เหมาะสม เพื่อให้การเคี้ยวเป็นธรรมชาติ ไม่เกิดการสึกหรอซ้ำ

 

5. การติดตามผลและดูแลระยะยาว

  • ผู้รับบริการต้องมาพบทันตแพทย์เพื่อตรวจเช็กเป็นระยะ
  • ดูแลความสะอาดช่องปากอย่างเคร่งครัด
  • ใส่รีเทนเนอร์หรืออุปกรณ์ป้องกันการนอนกัดฟัน (ถ้ามีความเสี่ยง)

 

ระยะเวลาการรักษาโดยรวม

  • เคสเล็ก–ปานกลาง: 6–12 เดือน
  • เคสซับซ้อน (เช่น ต้องใส่รากฟันเทียมหลายซี่): 12–24 เดือนขึ้นไป

 

ใครบ้างที่เหมาะกับ Full Mouth Rehab?

  • ผู้ที่สูญเสียฟันหลายซี่หรือฟันทั้งปาก
  • ฟันผุ สึก แตก หรือติดปัญหาการสบฟันรุนแรง
  • ผู้ที่ใส่ฟันปลอมเก่าแล้วใช้งานไม่สะดวก ต้องการฟันที่แข็งแรงและถาวรกว่า
  • ผู้ที่มีปัญหาการบดเคี้ยวหรือขากรรไกรผิดปกติ
  • ผู้ที่อยากฟื้นฟูรอยยิ้มใหม่ทั้งปากเพื่อความมั่นใจ

 

สรุป

การบูรณะฟันทั้งปาก (Full Mouth Rehab) ไม่ใช่แค่เพื่อความสวยงาม แต่เป็นการคืนสมดุลให้ทั้งระบบช่องปาก ทั้งการสบฟัน การเคี้ยว และสุขภาพเหงือก ใช้เวลารักษาเฉลี่ย 6 เดือนถึง 2 ปี ขึ้นกับสภาพฟันแต่ละคน ผลลัพธ์คือรอยยิ้มที่มั่นใจและฟันที่แข็งแรง ใช้งานได้ใกล้เคียงธรรมชาติที่สุด

จัดฟันเด็ก (Interceptive Orthodontics)

การจัดฟันสำหรับเด็ก คือ การดูแลรอยยิ้มของลูกตั้งแต่ยังเล็ก เพื่อวางพื้นฐานที่ดีที่สุดสำหรับลูกในอนาคต สำหรับในเด็กบางคนอาจมีปัญหา ฟันซ้อน ฟันเก ฟันยื่น หรือมีปัญหาการสบฟัน และมีความกลัวหมอฟัน คลินิกของเรามีมันตแพทย์ และทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญ และมีจิตวิทยาในการดูแลทำฟันสำหรับเด็ก จึงมันใจได้ทั้งผลการรักษา และระหว่างกาารักษา

สรุประยะเวลาในการจัดฟันเด็ก

ขั้นตอน ระยะเวลา
การตรวจวินิจฉัยและวางแผน 1–2 สัปดาห์
การเตรียมช่องปาก 1–3 สัปดาห์
การใส่อุปกรณ์จัดฟัน แล้วแต่ชนิดเครื่องมือ
การติดตามผล ทุก 2 สัปดาห์ หรือ 1 เดือน
รวมการรักษาโดยเฉลี่ย 6–24 เดือน
การใส่รีเทนเนอร์ 1–2 ปีขึ้นไป

1. การตรวจวินิจฉัยและวางแผน

  • ตรวจสุขภาพช่องปากและการสบฟันของเด็ก
  • ถ่ายภาพ, เอกซเรย์ และพิมพ์ปาก/สแกน 3 มิติ
  • ประเมินพัฒนาการของขากรรไกรและใบหน้า
  • ทันตแพทย์วางแผนการรักษาที่เหมาะสมตามวัยและปัญหาของเด็ก

ระยะเวลา: 1–2 ครั้งนัด (2 สัปดาห์ หรือ 1 เดือน)

2. การเตรียมช่องปากก่อนจัดฟัน

  • รักษาฟันผุ ขูดหินปูน ถอนฟันน้ำนม หรือฟันแท้ที่ไม่สามารถเก็บไว้ได้
  • ฝึกเด็กให้เข้าใจการดูแลสุขภาพช่องปากก่อนเริ่มการรักษา

ระยะเวลา: 1–3 สัปดาห์ ขึ้นกับสภาพฟัน

3. การใส่อุปกรณ์จัดฟัน

การจัดฟันเด็กมีหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับปัญหา และช่วงอายุ เช่น

  • จัดฟันแบบถอดได้ (Removable Appliance) – เหมาะสำหรับเด็กเล็ก ใช้แก้นิสัยการกัดผิดปกติ หรือขยายขากรรไกร
  • จัดฟันแบบติดเครื่องมือ (Fixed Appliance) – เช่น เครื่องมือจัดฟันโลหะ หรือแบบใส
  • เครื่องมือเฉพาะทาง – เช่น Headgear หรือ Functional Appliance สำหรับแก้การสบฟันและโครงสร้างขากรรไกร

ระยะเวลา: ขึ้นกับชนิดเครื่องมือ

4. การติดตามผลระหว่างการรักษา

  • ต้องใส่อุปกรณ์ตามที่ทันตแพทย์กำหนด (ส่วนใหญ่ 20–22 ชม./วัน สำหรับเครื่องมือถอดได้)
  • เข้าพบคุณหมอเพื่อตรวจเช็กและปรับเครื่องมือทุก 4–8 สัปดาห์
  • สอนเด็กเรื่องการทำความสะอาดฟันและเครื่องมือ เพื่อป้องกันฟันผุและเหงือกอักเสบ

ระยะเวลา: ตลอดการรักษา

5. ระยะเวลาการรักษาโดยรวม

  • ปัญหาเล็กน้อย: 6–12 เดือน
  • ปัญหาปานกลาง–ซับซ้อน: 12–24 เดือนขึ้นไป
  • ระยะเวลาสั้นกว่าผู้ใหญ่ เพราะฟันและขากรรไกรเด็กยังเจริญเติบโตอยู่

6. การคงสภาพฟันหลังการจัดเสร็จ (Retainer)

  • หลังจัดเสร็จต้องใส่รีเทนเนอร์เพื่อคงตำแหน่งฟัน
  • ช่วงแรกใส่ตลอดเวลา จากนั้นอาจเปลี่ยนเป็นใส่เฉพาะตอนนอน
  • หากไม่ใส่ รีเทนเนอร์ ฟันอาจเคลื่อนกลับไปที่เดิม

ระยะเวลา: อย่างน้อย 1–2 ปีขึ้นไป (ขึ้นกับคำแนะนำของทันตแพทย์)

ฟันปลอม (ติดแน่น/ถอดได้) (Fixed/Removable Prosthesis)

ฟันปลอม คือ ฟันเทียมที่นำมาใส่ทดแทนฟันที่สูญเสียไป เพื่อป้องกันปัญหาฟันล้ม และแก้ปัญหาการบดเคี้ยว นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความมั่นใจในรอยยิ้มและใช้ชีวิตประจำวันอีกด้วย

ฟันปลอมถอดได้ โดยหลัก ๆ แบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ตาม “วัสดุและโครงสร้าง” แบบติดแน่น (Fixed Prosthesis) และ แบบถอดได้ (Removable Prosthesis)

 

สรุปจำนวนครั้งในการทำฟันปลอม

ครั้ง รายละเอียด เวลาประมาณ
ครั้งที่ 1 ตรวจ วางแผน พิมพ์ปาก 30–60 นาที
ครั้งที่ 2 เตรียมฟัน / พิมพ์ละเอียด 1–2 ชม.
ครั้งที่ 3 ลองงาน (Try-in) 30–60 นาที
ครั้งที่ 4 ใส่ฟันปลอมจริง 1–2 ชม.
ครั้งที่ 5 (ถ้ามี) เช็กการสบ / ติดตามผล 15–30 นาที

โดยรวมใช้เวลาประมาณ 2–4 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับชนิดฟันปลอมและความซับซ้อนของเคส * ขั้นตอนอาจแตกต่างไปตามสภาพช่องปากและโครงสร้างฟันของแต่ละบุคคล

1. ฟันปลอมถอดได้ฐานอะคริลิก (Acrylic Removable Denture)

ลักษณะ

• ฐานสีชมพู ทำจากอะคริลิก
• ฟันเป็นฟันอะคริลิก
• มักมีตะขอเกี่ยวฟันธรรมชาติ (ถ้ามีฟันเหลือ)

 

เหมาะกับใคร?

• คนที่ฟันหายหลายซี่ หรือหายทั้งปาก
• คนที่งบประมาณจำกัด
• ใช้เป็นฟันปลอมชั่วคราวหลังถอนฟัน

ข้อดี

• ราคาย่อมเยา
• ทำได้รวดเร็ว
• ซ่อมและเติมฟันภายหลังได้ง่าย

 

ข้อเสีย

• หนา ใส่แล้วอาจรู้สึกเกะกะ
• ความแข็งแรงน้อยกว่าแบบโครงโลหะ
• การยึดติดไม่แน่นเท่า อาจหลวมเมื่อใช้ไปนาน

 

2) ฟันปลอมถอดได้โครงโลหะ (Metal Framework / Cast Partial Denture)

 

ลักษณะ

• มีโครงโลหะ (เช่น Cobalt-Chromium)
• ฐานบางกว่า แข็งแรงกว่า
• มีตะขอโลหะเกี่ยวฟันธรรมชาติ

 

เหมาะกับใคร

• คนที่ยังมีฟันธรรมชาติเหลือหลายซี่
• ต้องการฟันปลอมที่แข็งแรงและใช้งานระยะยาว

 

ข้อดี

• บาง ใส่สบายกว่า
• แข็งแรง ทนทาน
• กระจายแรงบดเคี้ยวได้ดีกว่า

 

ข้อเสีย

• ราคาสูงกว่าแบบอะคริลิก
• ตะขอโลหะอาจมองเห็น ไม่สวยงาม
• ซ่อมแซม/เติมฟันทำได้ยากกว่า

 

ขั้นตอนและจำนวนครั้งที่ใช้โดยทั่วไป

 

ครั้งที่ 1: ตรวจประเมิน วางแผน และพิมพ์ปาก

สิ่งที่ทำ:
  • ซักประวัติ ตรวจสุขภาพช่องปาก เหงือก และการสบฟัน
  • ถ่ายภาพรอยยิ้มและเอกซเรย์ (ถ้าจำเป็น)
  • พิมพ์ปากหรือสแกนดิจิทัล (Digital Impression)
  • วางแผนร่วมกับคนไข้ เลือกชนิดฟันปลอม (ติดแน่นหรือถอดได้)

บางเคสอาจต้องรักษารากฟัน ถอนฟัน หรือเกลารากก่อนเริ่มทำฟันปลอม

 

ครั้งที่ 2: การเตรียมฟันและลองโครง

สิ่งที่ทำ:
  • สำหรับ ฟันปลอมติดแน่น: กรอฟันเพื่อเตรียมครอบหรือสะพานฟัน
  • สำหรับ ฟันปลอมถอดได้: พิมพ์ปากละเอียดและวัดการสบ
  • ส่งข้อมูลไปยังห้องแล็บเพื่อผลิตโครงฟันปลอม
  • นัดครั้งถัดไปเพื่อลองโครงโลหะ/อะคริลิก

 

ครั้งที่ 3: ลองงาน (Try-in)

สิ่งที่ทำ:
  • ลองโครงฟันปลอม ตรวจสอบความพอดีและการสบฟัน
  • เช็กสีและรูปร่างฟันให้ใกล้เคียงธรรมชาติ
  • ปรับแก้ตามความเห็นของคนไข้และแพทย์
  • ยืนยันแบบสุดท้ายเพื่อผลิตชิ้นงานจริง

 

 

ครั้งที่ 4: ใส่ฟันปลอมจริงและปรับแต่ง

สิ่งที่ทำ:
  • ใส่ฟันปลอมจริง (ติดแน่น/ถอดได้)
  • ตรวจสอบการสบฟัน การออกเสียง และการใช้งาน
  • ปรับแต่งและขัดเงา
  • แนะนำวิธีดูแลรักษาและการทำความสะอาด

 

ครั้งที่ 5 (ถ้ามี): เช็กและติดตามผล (Follow-up)

สิ่งที่ทำ:
  • ตรวจการสบฟันและความแนบสนิท
  • ปรับแก้จุดกดทับ (ในฟันปลอมถอดได้)
  • ประเมินการใช้งานและให้คำแนะนำเพิ่มเติม

 

 

 

Smile Art Pattaya | คลินิกทันตกรรมครบวงจร ทำฟัน จัดฟัน รากฟันเทียม พัทยา

Smile Art Pattaya: สร้างรอยยิ้มสวย มั่นใจ ด้วยการดูแลที่อ่อนโยนและเชี่ยวชาญ

ช่องทางโซเชียล